เข้าใจมากขึ้น แต่ ไม่ได้หมายความว่าเข้าใจทั้งหมด .. คืออาจจะได้เข้าไปรับรู้ที่มาที่ไปว่าประมาณนี้ .. แต่ ก็มีอะไรอีกตั้งหลายอย่างกอรปกันไม่ใช่เหรอคับ ..
มีสัดส่วนหลายๆอย่างอยู่ในนั้น .. แต่ .. ก้เห็นว่าปรับให้อยู่ในส่วนสมดุลได้เองแหละ .. อาจจะเพราะก้เห็นอะไรบางอย่างที่ ….. บอกไว้ .. ก้ ว่า คือสิ่งที่ทำให้ ………….. ก้าวเดินไปข้างหน้ามนแต่ละวัน …
อาจจะแยกย้ายไปทำอะไรหลายๆสิ่งหลายๆอย่างในส่วนที่อยากทำ ในสิ่งที่รัก ในสิ่งที่ชอบ แต่…
เมิงขาดกันไม่ได้หรอก คิๆ ^^
ปล. เอิ่ม บางเรื่องก็เริ่มจากพันผูก จน ผูกพัน นะ (รึเปล่า ^^)
ฉันเขียนเป็นกลอนให้เธออ่าน
คำผ่านดั่งเคยแต่หนหลัง
ทุกวันฉันหยุดนั่งบ้างยืนฟัง
เป็นดั่งแต่เดิม ที่ เป็น มา
พบเจอเรื่องราวมากมาย
ปะปรายมีบ้างค้นหา
ใดเล่าเอยซึ่งเคยนำพา
จวบนิทรา นิจจาฝัน ไกล
เรื่องราวบอกเล่ามากมาย
มิหน่าย ข้อความ วิสัย
เธอส่งผ่านความเป็นไป
ดั่งใจมั๊ยหนอขวัญตา
บ้างบางคนซอฟลงปรับใจ
ล้วนเป็นไปดั่งนัยค้นหา
ฉันยิ้มให้เธอกานดา
ที่รักเธอดั่งหัวใจ
ฉันคิด หลายคนนั้นแปลก
แบ่งแยก ไม่หรอก ไม่ใช่
ใส่ใจบ้างไม่ใส่ใจบ้างปะไร
เข้าใจฉันไหมคนดี
ฉันยิ้มเพื่อเธอทายทัก
ฉันยิ้มด้วยรักตอนนี้
ไม่สูญเสียความเดิมที่เคยมี
เป็นฉันคนนี้คงเดิม~
จุบุๆ ค้าบ ^3^
เงียบๆ ซักพัก ได้ยินเสียงลมหายใจ ของ ตัวเอง มีสมาธิอยู่กับอะไรซักอย่าง ซึ่ง ทำ ให้ รู้สึกนิ่ง
ไม่รู้สึกแปลกใจหรอก กับ หลายๆสิ่ง .. ใน ความ สนใจ ย่อมมองเห็น มากกว่า ..
ไม่ใช่ ไม่สนใจ แต่ กำลังนิ่ง เพราะ อยาก ให้ ใจ รู้สึกนิ่ง ^^~
ปล. มั่นใจว่า อ่ าน เข้าใจ รึเปล่า ^^
ตอนขับรถออกไป อากาศคอดดี คือถึงจะร้อน แต่ เป็น ร้อน แบบ มี ลม พัด เรื่อยๆ .. มอง ไป ข้าง หน้า กว้าง ๆ ..
จากเสียงพูดกลายเป็นเสียงเพลง ซึ่ง เลือกฟังได้ .. คนละอารมณ์กับตอนกลับบ้านวัน ที่ บอกว่าปวดหัว เลย คับ ..
ก้ อาจจะรู้เรื่องในส่วนสื่อสาร แต่ ก้ไม่อยากเสียสมดุลย์ ใน ก าร มอง สิ่ง ที่ เป็น จริง ใน ชีวิต ประจำวัน .. รอบ ๆ ตัว มี เรื่องราวเกิดขึ้น มา ก มาย ซึ่ง ก้เลือกมอง แล ก้เลือกจำ ^^
ขอบคุณสำหรับเรื่องราว ที่ เธอ บอกกล่าว .. ตอน ก้ อ่ าน ก้ แอบ อมยิ้ม ^^
เล่าสิ่งใดในลำนำผ่านคำเขียน
คิดถึงเธอคนที่หมั่นมาแวะเวียน
นานเท่าใดแล้วหนอมิผันเปลี่ยน
ในคำเพียร ฉันฝากรอยยิ้ม เพื่อเธอ
…
ใครกันหนอสอนฉันเขียนกลอน
วันล้าอ่อนห้วงคำนึงฉันมองเหม่อ
ในแววตาฉันมีเธอ เพื่อนเกลอ
บ้างจึ่งเผลอ ยิ้มโดยไม่รู้ตัว~
เขียนอย่างไรเขียนใจนัยเขียนรัก
เฝ้าฟูมฟักดูแลแต่หนไหน
ทุกวันนี้หัวใจเจ้าเป็นเช่นไร
ยังคงอุ่นอยู่บ้างไหมคนดี
…
เขียนหัวใจรินไหลผ่านน้ำตา
กาลเวลาก่อกำเนิดเช่นศักดิ์ศรี
เขียนหัวใจดั่งน้ำใสในวารี
ว่าเย็นดี ณ แห่งนี้ ในใจ
…
เขียนความเศร้าเขียนอย่างไร ไห้ เล่าโศก
บนผืนโลก โบกระบัด กระหวัดไหว
เขียนความรัก ตระหนักความถามเป็นไป
เขียนจากใจ เขียนอย่างไร นัยเขียนรัก~
ไม่เข้าใจหรอก ..
เกิดมากับถ้อยร้อยเรียงเคียงอีกษร
สนนเหตุแห่งชอบคือเพลงกลอน
ชะโลมหัวใจให้โยนอ่อน
ผันผ่อน เหตุ หนัก เบา เขลา ให้คลาย
ไม่เข้าใจหรอก ประกวด ประชัน
ยังคงก้าวเดินไร้หวั่น แห่งจุดหมาย
สิ่งดีงามยังคงล้อมรอบ เกราะกาย
มิเคยแหนงหน่าย รู้สึกนัยแห่งตน
ไม่สนใจอันใดหรอก ก้าวร้าว
ครั้งคราว เปลี่ยนเจ้าได้หรือ เพียงหน
คนเดินยังคงก้าวเดินอย่างอดทน
หมองหม่น หอบสมมุติ ด้วยสิ่งใด
ลมรำเพยเอ่ยอันใดในพาที
ถ้อยวลี หวนรำพันวันฟ้าใหม่
เจริญด้วย วัฎฏะสุข ไร้โภยภัย
อุ่นละไมบังเกิดใน แห่งใจตน
… เธอบอกเล่าสิ่งใดในคำคน …
กระซิบผ่านสายลมแผ่ว
เสียงเจื้อยแจ้วจากไพรศรี
โอนอ่อนผ่อนคีรี
ในวันที่ ฉันสุข ใจ
มองไป นอกหน้าต่าง
แสงสว่าง กระจ่างใส
หอบรัก มา ฝากไว้
หากแม้นใคร ได้ยินยล .. ~
นิรมิตวิจิตรเขียนเวียนร้อยถ้อย
ผ่านลมลอยแห่งเอกปัจเจกฝัน
ณ แห่งนี้ ถิ่นพึงมีสุขอนันต์
รัดตะวัน แบ่งรอยฝันวันผ่านมา
ห้วงนิทรา ราตรีมณีประดับ
ยังสมกับ รอยวิถีอันมีค่า
ใดเล่าเอย ในเปรียบเปรยแห่งเพลา
อาจเลอค่ามากกว่า กลกานท์ใด
ฝากน้ำใสไหลริน ยินดีเช่น
ดั่งเคยเป็น มธุรสแห่งพจน์ใส
ลมรำเพย ว่าเอื้อนเอ่ย แห่งกานต์ใจ
วันพรุ่งใด พบสิ่งดี ดั่งมี มา
หวานกลกานท์ สานถ้อย ร้อยเพลงแว่ว
ยังเจื้อยแจ้ว ดั่งคงเดิมเพิ่มเติมว่า
รอยอุ่นรัก มักละมุ่นอุ่นกานดา
ใต้ผืนฟ้า โอบกอดดิน อวลกลิ่นดาว ~
Page 1 of 8